YouTube Kids ผู้ช่วยของพ่อแม่ เมื่อลูกอยากดูคลิป

พัฒนาทักษะ
Share | 0 | Posted On 24 Dec 2019

เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าเกือบทุกบ้านต้องเจอนั่นคือลูกติด YouTube ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือไม่ดี เพราะ YouTube เปรียบเสมือนโลกใบใหญ่ที่มีเรื่องสนุก ๆ มากมายให้เด็กได้เรียนรู้ สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องคอยดูแลให้ลูกดูคลิปที่เหมาะสม และควบคุมเวลาในการดูคลิปไม่ให้นานเกินไป แต่พ่อแม่หลายคนก็คงไม่สามารถอยู่เฝ้าหน้าจอกับลูกได้ตลอดเวลา ดังนั้น Google จึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น YouTube Kids ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยให้กับผู้ปกครองทั้งหลาย

สำหรับหน้าตาของ YouTube Kids นั้นก็คล้ายกับแอพ YouTube แต่ถูกปรับดีไซน์ให้มีสีสันสดใสน่ารัก และเมนูต่าง ๆ ก็ถูกจัดเรียงใหม่ให้ใช้ง่ายขึ้น พร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่ให้พ่อแม่ควมคุมการดูคลิปของลูกได้อย่างครบวงจร

  • การควบคุมเนื้อหาให้เหมาะสมกับวัยของลูก : เมื่อเริ่มใช้งานจะต้องกรอกปีค.ศ.เกิดของลูก เพื่อให้แอพค้นหาคลิปที่เหมาะสมกับวัยมาแสดง โดยพ่อแม่สามารถเลือกติดตามเนื้อหาเฉพาะช่องได้ รวมทั้งบล็อกช่องที่ไม่อยากให้ลูกดูได้ด้วยเช่นกัน ส่วนการค้นหาคลิปก็สามารถตั้งค่าได้ว่าจะอนุญาติให้ลูกค้นหาเองได้หรือไม่ หากเลือกไม่อนุญาติทุกครั้งที่จะดูคลิปใหม่ต้องกดรหัสที่พ่อแม่ตั้งไว้หรือตอบคำถามจากแอพก่อน

  • ตัวจับเวลา ควบคุมเวลาในการดูคลิปได้ : สามารถตั้งค่าตัวจับเวลาเพื่อจำกัดระยะเวลาที่ใช้ YouTube Kids ซึ่งจะออกจากแอพโดยอัตโนมัติเมื่อหมดเวลาใช้งาน

  • โปรไฟล์ของบุตรหลาน : สามารถสร้างโปรไฟล์สำหรับบุตรหลานแต่ละคนในครอบครัวได้ โดยแต่ละโปรไฟล์จะมีการตั้งค่าการรับชมและวิดีโอแนะนำเป็นของตนเอง จึงทำให้การใช้แอป YouTube Kids เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ละคนก็จะมีโปรไฟล์ในการรับชมของตนเอง

  • รหัสผ่านที่กำหนดเองสำหรับเด็ก ๆ: เด็กโตต้องการความเป็นอิสระ ดังนั้นจึงมีฟีเจอร์ให้พวกเขาตั้งรหัสผ่านส่วนตัวได้เองเพื่อเข้าสู่โปรไฟล์ของตนเอง ซึ่งบางครั้งพวกเขาไม่ต้องการให้พี่น้องเข้าไปดู แต่ผู้ปกครองก็สามารถยกเลิกรหัสผ่านของพวกเขาเพื่อเข้าสู่แอพได้ตลอดเวลา

  • ไม่มีช่องคอมเม้นท์และโฆษณา : แอพนี้ไม่เชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดียอื่น ๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการที่คนอื่นจะเข้าถึงลูกของเรา ลดอันตรายจากการชักชวน คุกคาม หรือการ bully ที่เป็นปัญหาในสังคมปัจจุบัน

สำหรับพ่อแม่ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด YouTube Kids ได้ทั้งบน iOS และ Android แต่อย่างไรก็ตามแอพนี้ก็เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือป้องกันลูกจากภัยไซเบอร์ แต่ยังไม่สามารถคัดกรองเนื้อหาได้ 100% ทางที่ดีพ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้มือถือทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของเด็กนะคะ